ສະບາຍດີຍິນດີຕອ້ນຮັບ

ພຮະເຢຊູແມ່ນໃຜ >>>?

 

 

มีพระคริสต์อยู่ด้วย...ไม่ต้องกลัวนะ PDF  | Print |  E-mail
       พี่น้องที่รักเราอาจจะมีคำถามมากมายว่าพระองค์ใยไม่ห่วงใยเราบ้าง   แต่พระองค์จะถามเราด้วยว่าเจ้าไม่มีความเชื่อหรือ  นั่นกำลังหมายถึงว่า     สาวกแม้เขาจะมีความเชื่อแต่ก็ยังไม่วางใจถึงจุด เท่ากับว่า  ชีวิตคริสเตียนในยามที่เราเจอปัญหา  จิตใจของเรายังไม่มอบวางไว้กับพระเจ้าอย่างเต็มที่

อะไรคือความกลัวสำหรับท่านในเช้าวันนี้ 

สุขภาพหรือ  เรากำลังวิตกกับสุขภาพของเราที่กำลังทรุดโทรมไปหรือเปล่า อ.เปาโลไม่ท้อ2คร4 หรือเรากำลังสงสัยว่าพระเจ้าของเราไม่สามารถดูแลรักษาเราได้  เรากำลังได้รับการทดสอบ  พ่อแม่ทั้งหลาย  กำลังเครียดกับปัญหาของลูกๆ ที่กำลังเติบโตขึ้นหรือไม่  อนุชนหนุ่มสาว  เมื่อมองดูไปไกลถึงอนาคต   ท่านรู้สึกท้อใจหรือไม่  นักธุรกิจ   ท่านกำลังสับสนกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอยู่หรือไม่   ถ้าเราดำเนินกับพระเจ้า  และความวางใจในพระเจ้าของเราลดน้อยถอยลงไปทุกที  ความกลัว ความวิตกกำลังติดเกาะชีวิตของเราไว้แน่น  เรากำลังตกอยู่ในอันตรายแล้ว   อาการของคนคนที่มีความกลัวเกาะติด


4 ประการ คือ 


1.พยายามสร้างภาพภายนอก

เรากำลังวิ่งไล่ตามสังคม และวิ่งไล่ตามคนอื่น  ทำทุกอย่างเพื่อให้คนหรือมนุษย์ยอมรับเรา  อนุชนกำลังแต่งตัวตามแบบแฟชั่นเพื่อให้คนยอมรับเรา  ยอมรับว่าเราแน่จริงๆ   เราพยายามแสดงตัวว่าแข็งแกร่งไว้ก่อนหรือเพื่อแสดงให้คนอื่นมองว่าเราดูดี  ผู้ใหญ่ทั้งหลาย  เรากำลังแสดงตัวอย่างออกมาเพื่อให้ภาพออกมาดีหรือ  ถ้าเช่นนั้นเราก็ต้องเหน็ดเหนื่อยเพื่อที่ตื่นขึ้นแล้วสร้างภาพ    เพื่อให้คนอื่นยอมรับเรา  แล้วเราจะต้องใช้เวลาชีวิต
ของเราเพื่อสร้างภาพหรือ 

2.การต่อสู้จากภายใน

เพราะเราจะพยายามเอาชนะคนอื่น เราต้องสู้  เราจะต้องชนะ   เมื่อเราได้ชนะหรือความสำเร็จมาแล้วแทนที่เราจะขอบคุณพระเจ้า  และชื่นชมกับความสำเร็จ  แต่เรากลับจะต้องลุกขึ้นออกไปสร้างความสำเร็จใหม่ๆ  เพราะเวลาใดก็ตามที่เราหยุดอยู่กับที่เราก็กลัวว่าคนอื่นจะได้ดีหรือก้าวไปไกลกว่าเรา   คนอื่นจะแซงหน้าเราไปก่อน  เราจึงเพียรพยายามลุกขึ้นแต่เช้าแล้วสู้ๆๆๆๆเพื่อ  เพื่อจะแข่งขันกับคนอื่นหรือไม่  สุดท้ายเราจะพบว่าชีวิตของเราเต็มไปด้วยความกลัว  ความวิตกกังวลใจไม่สิ้นสุด  แทนที่จะรู้จักขอบพระคุณพระเจ้า  และชื่นชมกับพระพร และพระคุณของพระเจ้า       เรากำลังตกอยู่ในความเครียดเหล่านี้  ไม่พอเราพยายามให้ความเครียดเหล่านี้ไปตกอยู่กับความคิดของลูกๆ  ลูกๆพอสอบเสร็จพ่อแม่ก็หาสิ่งใหม่ๆให้ลูกเตรียมตัวเพื่อสอบใหม่   แทนที่ลูกจะได้ชื่นชมกับความสำเร็จ  แต่กลับถูก  ผลักดันให้ลูกก้าวไปให้ทันคนอื่นๆ เมื่อลูกหยุดก็กลัวว่าลูกจะไม่ทันคนอื่นๆ   นี้คืออาการของคนที่มีความกลัวยิ่งนัก

3.ความหวาดระแวง 

 นักธุรกิจ หรือนักการเมืองเมื่อมานั่งคุยกัน  มักจะคุยถึงความอ่อนแอของอีกฝ่ายเสมอๆ  ไม่ค่อยพูดชื่นชมคนอื่นที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม  มักจะมองว่าตนเองดีกว่า  ตนเองกำลังร้อนรนเพื่อพระเจ้ามากกว่า   ในที่สุดเราก็ถูกเกาะติดด้วยความกลัวในชีวิต  กลัวคนอื่นจะมาทำร้ายเราเข้า  กลัวหมาล็อกไวเลอร์  ทำให้คอย่าให้เราความสัมพันธ์ของเราขาดสะบั้นกับคนอื่น  หัวใจของเราจึงเต็มไปด้วยความกลัว
4.ไม่บรรลุความสำเร็จ  หรือพึงพอใจกับตัวเอง
          -Ex เหมือนเราพยายามวิ่งไปยังภูเขาลูกหนึ่งได้แล้ว  แทนที่จะชื่นชมยินดีกับความสำเร็จ 
           แต่เราจะต้องวิ่งขึ้นไปเพื่อไปอยู่อีกภูเขาหนึ่ง   สุดท้ายเราจะพบว่าทุกอย่างในโลกนี้
           กินลมกินแล้ง  หรือพึงพอใจในตัวเอง  เรากำลังมุ่งไปถึงจุดสุดยอดนั้น  พอเราไปถึงสุดยอดเรา 
           กลับรู้สึกว่า  ไม่ใช่ และต้องวิ่งไปอีกต่อไป  ความต้องการของตนเองไม่เคยพอเพียง 

พระเยซูทรงตรัสถามว่า   อะไรคือสิ่งที่ทำให้เรากลัวนัก.......และเมื่อเรากลัวเราจะทำอย่างไร

1.เพ่งมองดูที่พระเจ้าเท่านั้น    อสย 40:14-17  
  -พี่น้องที่รักเรากลัวเพราะอะไร  ในเมื่อพระเจ้าของเราทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวง  จากสิ่งที่ไม่มีให้มี
   ขึ้น ทรงควบคุมสิ่งที่เราดูว่าอัศจรรย์ให้ดำเนินไป   เหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย  ผู้ทรงห้ามพายุ 
   มรสุมต่างๆได้   
  -ปญจ12: ในปฐมวัยเจ้าจงระลึกถึงพระผู้สร้างของเจ้า  ( คำว่าในปฐมวัยภาษาเดิมมิได้หมายถึง
   เด็กๆ  แต่หมายถึงทุกคนที่มีลมหายใจ  หรือที่มีชีวิตอยู่จงระลึกพระผู้สร้าง    ทำไมเมื่อเรามี
   ความกลัวในชีวิตจำต้องคิดถึงพระผู้สร้าง   สรรพสิ่งที่เรามองเห็นเพียงพระเจ้าตรัสทุกสิ่งก็บัง
   เกิดขึ้น  ในชีวิตของเราไม่มีสักสิ่งเดียวที่พระเจ้ากระทำให้ไม่ได้    อย่าให้ความกลัวเกาะติดชีวิต
   ของเรา     พระเจ้ายังทรงรักเรามากมายด้วย    ฟป2:    เปาโลได้บอกยิ่งไปกว่านั้นว่าพระเยซู
   ทรงสละสภาพพระเจ้า  มารับสภาพมนุษย์ เป็นดังทาสบาป ยอมตายแทนเราทุกคนเพื่อเราจะไม่
   ต้องตกอยู่ในความกลัว  ในความตาย  แสดงถึงว่าพระเจ้าพระผู้สร้างโลกทรงรักเรามากมาย
   เพียงใด   ปัญหาที่เรากำลังคิดว่าเป็นปัญหาใหญ่  สำหรับพระเจ้าเป็นขี้ผงเท่านั้น  
  -เราจะกลัวสูญเสียอะไรอีก  เมื่อเรารู้ว่าพระเจ้าทรงรักเรามากมาย  ยอมสละทุกอย่างเพื่อเรา

2.รู้จักกำลังและเรี่ยวแรงของตนเอง
  -อย่าให้อิทธิพลของโลก  แฟชั่นมาวางกรอบให้กับความคิดของเรา  อย่าให้เราเดินตามกรอบที่
   คนอื่นตีกรอบให้          อนุชนอย่าให้โลกนี้ตีกรอบหลอกให้เราว่า  เราจะต้องมีคะแนนดีๆถึงจะ
   เก่ง  หรือจะต้องแต่งตัวตามแบบดาราถึงจะไม่ตกยุค   
  -อย่าให้เราโดนหลอกว่า  ถ้าเรามีเงินเดือนเยอะๆ  เราจะมีคุณค่า  เป็นคุณค่า  เราจึงจะเด่นดัง
  -อย่าให้เรามีบ้าน  มีรถ มีทรัพย์สินเราถึงจะตายตาหลับ  เรากำลังโดนหลอกแล้ว  พระคริสต์มี
   อะไรบ้างในโลกนี้  บ้านหรือ รถเรือหรือ  ไม่มีสักสิ่งเดียว   แม้กระทั่งที่ฝังศพก็ยังต้องรับจากคน
   อื่น    ในมุมมองของโลกมองว่าพระองค์สิ้นไร้ไม้ตอก  แต่ในสายพระเนตรของพระบิดาเจ้า  พระ
   องค์ทรงงดงามเกินที่จะอธิบาย   ทรงมั่งมีมากในสวรรค์   สารพัดทุกสิ่งเป็นของพระบุตรผู้เดียว 
   ลองนึกดูสิครับว่า  หากพระเยซูใช้ชีวิต33 ปีเพื่อต่อเรือ สร้างบ้าน  รับเหมาสร้างบ้าน  พระองค์จะ
   ได้อะไร       แต่ขอบคุณพระเจ้าที่พระองค์ไม่ได้ถูกหลอกด้วยเล่ห์กลของโลกนี้   
              Ex  มารซาตานมาพยายามหลอกให้พระคริสต์กราบไหว้มัน  หลอกให้พระองค์กระโดน
              ตึกตาย  แต่พระองค์ไม่ได้หูเบา  เดินตามกรอบแห่งความคิดของมาร    
   -ทุกวันนี้โลกนี้เต็มไปด้วยคำหลอกลวง  แต่น่าสงสารบางทีเราก็โดนหลอกเอาง่ายๆ   บางทีน่า
   เจ็บใจ  ที่ทั้งๆที่รู้ว่าเขาหลอกแต่ก็ยังเต็มใจให้หลอก                           


3.เตรียมรับวันพรุ่งนี้ด้วยใจมั่นคงในไว้วางใจพระเจ้าเท่านั้น
 -ปีใหม่ใช่ว่าทุกสิ่งจะสวยงามอย่างที่คิดไว้  หากเรารู้จักเตรียมตัวเพื่อรับกับปัญหาเศรษฐกิจขาลง
  เตรียมชีวิตเพื่อรับมือกับความเจ็บป่วยที่อาจจะเกิดขึ้น  ไม่ประมาทชีวิตของเราก็จะอยู่อย่างไม่
  ต้องกลัวยิ่งนัก         
  -การที่เราได้รู้จักกับพระเจ้าเที่ยงแท้ก็เป็นการเตรียมตัวอย่างดีเยี่ยม   แม้ว่าเราอาจจะกำลังตกอยู่
   ในเรือเล็กๆนั้น   ซึ่งเต็มไปด้วยคลื่นแห่งปัญหา  พายุแห่งความวุ่นวายใจ  แต่เมื่อเราร้องทูล
   พระองค์ พระองค์ก็สามารถช่วยเราได้ทัน  ทำให้เราปลอดภัย    
  -พระเจ้าทรงสถิตกับเรา  เราสามารถผจญทุกสิ่งได้  ด้วยพระองค์ทรงนำพา  ไม่มีอะไรทำให้เรา
   ขาดจากความรักของพระเจ้าได้  จะเป็นความทุกข์ปัญหา  จะเป็นสิ่งใดก็ตาม  พระเจ้าทรงรักเรา
   ปีใหม่นี้ขอให้เรารักพระเจ้ามากขึ้น  เหมือนที่พระองค์ทรงรักเรา 

ในเช้าวันนี้อะไรที่ทำให้เรากลัวยิ่งนัก  ทำไมเจ้ากลัว   ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรพี่น้อง  มอบปัญหาทุกอย่างไว้กับพระเจ้า    อาเมน.

 

 

 

คริสต์ป่วน ! พระเยซูไม่ได้เกิดวันที่ 25 ธันวา PDF  | Print |  E-ma

คริสต์ป่วน งานวิจัยล่าสุดระบุพระเยซูประสูติในเดือนมิถุนายน มิใช่วันคริสต์มาสปัจจุบัน ซึ่ง  www.muslimthai.com ได้นำเสนอผ่านเว็บดังนี้ นักดาราศาสตร์ออสเตรเลีย อ้างอิงการคำนวณด้วยซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ และพระคัมภีร์ไบเบิลฉบับใหม่ของเซนท์แมทธิว ระบุว่า วันประสูติที่แท้จริงของพระเยซู คือวันที่ 17 มิถุนายน ไม่ใช่วันที่ 25 ธันวาคม ดังที่เฉลิมฉลองกันทุกปี (วันคริสต์มาส = ฉลองวันเกิดพระเยซู)   Dave Reneke ผลงานวิจัยดังกล่าวสอดคล้องกับโองการในพระมหาคัมภีร์อัล-กุรอานบท Messiah ซึ่งกล่าวว่าท่านหญิงมัรยัมมีประสูติกาลนบีอีซา ในช่วงฤดูร้อน

Dave Reneke   บรรณาธิการข่าวของนิตยสาร Sky and Space ได้จำลองท้องฟ้ายามค่ำคืนในช่วงที่พระเยซูประสูติ โดยใช้ซอฟท์แวร์ซึ่งทำให้นักดาราศาสตร์สามารถทำแผนที่ท้องฟ้า ย้อนกลับไปในเวลาเดียวกับที่ปรากฏเมื่อ 2,000 ปีที่แล้ว เขากล่าวว่า เป็นแผนที่ระบบข้อมูลตัวเลข ซึ่งสามารถย้อนเวลากลับไปในอดีต และส่งข้ามไปยังอนาคตได้ Reneke กล่าวว่านักดาราศาสตร์ได้ย้อนรอยกลับไปยังโลกในศตวรรษที่ 2 ซึ่งเปิดเผยว่าวันประสูติที่แท้จริงคือวันที่ 17 มิถุนายน และยังพูดถึงวันที่ 25 ธันวาคม ว่าเป็นการกำหนดกันขึ้นให้เป็นวันประสูติ แต่ที่จริงพระเยซูอาจจะไม่ได้เกิดวันนั้นก็ได้พระคัมภีร์ใหม่ฉบับเซนท์แมทธิวตรงกับโองการในอัล-กุรอาน บทที่กล่าวถึงการประสูติของพระเยซู โดยมีหลักฐานว่าเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อน เพราะมีโองการเกี่ยวกับที่ทูตสวรรค์ แนะนำให้ท่านหญิงมัรยัมกินผลอินทผลัมจากต้นที่อยู่ใกล้ๆ หลังจากมีประสูติกาลแล้ว และอินทผลัมเป็นผลไม้ที่ออกผลในฤดูร้อนเท่านั้น 

ในความเห็นของข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าไม่ติดใจสงสัยเกี่ยวกับวันเกิดของพระเยซูว่าจะตรงกับวันใดหรือปีใด  แต่ข้าพเจ้าสนใจความจริงก็คือว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า  ทรงเสด็จมาบังเกิดในโลกนี้เพื่อไถ่บาปของข้าพเจ้า และของพี่น้องร่วมโลก   วันประสูติไม่สำคัญ  แต่อย่างน้อยก็ทำให้เรามั่นอกมั่นใจว่า  พระเยซูคริสต์เป็นเรื่องราวที่มีจริง  และยิ่งกว่านั้นก็คือว่าเชื่อถือได้  และสำหรับข้าพเจ้ามีความเห็นว่า คริสเตียนไม่ต้องวิตกว่าการเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสวันที่ 25 ธันวาคม ควรจะเปลี่ยนไปตามงานวิจัยของ  Dave Reneke หรือไม่    เพราะการที่คริสเตียนฉลองคริสต์มาสไม่ได้สำคัญตรงที่วันที่ หรือเดือน หรือปี  แต่สำคัญที่ว่า  พระเจ้าทรงรักเรา  ทรงเสด็จมาบังเกิดเพื่อตายไถ่บาปเพื่อพวกเราต่างหาก    

Welcome To Site Yuan Love God

Newest Members

Recent Photos